กว่าจะมาเป็นสเตชั่น วัน .... ข้างวัดเล่งเน่ยยี่


 สวัสดีครับแฟนๆชาว "อพาร์ทเม้นท์ไม่บาน" สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ ผมจะพาแฟน ๆ ไปเที่ยวย่าน "เยาวราช" ติดกับ "วัดเล่งเน่ยยี่" ซึ่งเป็นการบูรณะปรับปรุงฟื้นฟูอาคารเก่าที่มีอายุกว่า 80 ปี ที่ในอดีตเคยเป็นอาคารโรงน้ำชา 7 ชั้น แต่เมื่อสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจสังคมเปลี่ยนไป กิจการโรงน้ำชาก็ซบเซาลงและในที่สุดก็ถูกปิดทิ้งร้าง จึงกลายสภาพเป็นแหล่งเสื่อมโทรมและเกิดทัศนะอุจาดขึ้น ซึ่งผมก็ได้มีโอกาสขับรถผ่านไปมาหลายต่อหลายครั้งบนถนน "เจริญกรุง" พอได้พบเห็นก็เกิดความรู้สึกสังเวช เพราะดูไม่เจริญหูเจริญตาเอาเสียเลย ก็คิดคำนึงอยู่ในใจว่าน่าจะมีใครสักคนเข้าไปบูรณะปรับปรุง,ฟื้นฟู เพราะทำเลที่ตั้งก็ถือได้ว่าอยู่บนทำเลที่ดีเยี่ยม เพราะอยู่ติด "วัดมังกรกมลาวาส" หรือ "วัดเล่งเน่ยยี่" ที่เป็นวัดจีนเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งรัชสมัย "ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5" ซึ่งอาคารเก่าดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินของ "สำนักงานพระคลังข้างที่" จากที่ผมได้สืบค้นประวัติดูแล้วก็พบว่า เป็นที่ดินส่วนพระองค์ของ "ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6" ได้ตกทอดแก่พระราชธิดา คือ "สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์ฯ"

 ในฐานะที่ผมเป็นสถาปนิกและนักวิชาการผังเมือง การที่อาคารบ้านเรือนตกอยู่ในสภาพถูกทิ้งร้าง จนทำให้เป็นที่ซ่องสุมของบรรดาขอทานและคนจรจัด รวมทั้งยังเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมก็คงไม่ดีเป็นแน่ ทั้งยังอาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในย่านนั้น ซึ่งต้องมีใครลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างจนกระทั่ง ทาง "บริษัทอิมพีเรียล แลนด์ จำกัด" ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัญญาเช่าอาคาร 7 ชั้นดังกล่าว จาก "สำนักงานพระคลังข้างที่" ก็ได้มาขอคำปรึกษาจากผม ซึ่งผมได้นำเสนอแนวคิดและรูปแบบที่จะบูรณะปรับปรุงฟื้นฟูอาคารเก่าที่ทรุดโทรมหลังนี้ให้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นใหม่ ซึ่งในทางเทคนิคเรียกว่ากระบวนการ "Revitalization" หรือ ถ้าแปลเป็นไทยก็จะได้ใจความว่า "การให้ชีวิตใหม่" เป็นการบูรณะ,ปรับปรุงซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่ชำรุดทรุดโทรมขึ้นใหม่ สามารถตอบโจทย์ให้กับบริบทใหม่ๆ ความเจริญใหม่ ๆ ของย่าน "เยาวราช" ยุคใหม่ ที่กำลังจะมีรถไฟฟ้า "สถานีวัดมังกรฯ" ที่ต่อไปก็จะกลายเป็นชุมทางที่สำคัญสำหรับผู้คนที่จะเข้ามาสู่ย่าน "เยาวราช" รวมถึง ผู้คนที่จะเดินทางมาทำบุญที่ "วัดเล่งเน่ยยี่" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง "วันชิวอิก" คือ วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน บรรดาผู้คนที่เชื่อถือโชคลางก็เดินทางมาแก้ "ปีชง" ประมาณการว่าในแต่ละปีก็จะมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมาทำบุญเพื่อเสริมบารมีสร้างสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัวที่ "วัดเล่งเน่ยยี่" ประมาณการว่ามีมากถึง 2-3 ล้านคนเลยทีเดียว เพราะเป็นวัดเก่าแก่ ที่ก่อตั้งมานาน (สร้างขึ้นพร้อมกับการตั้งถิ่นฐานของชนชาวจีนในย่าน "เยาวราช") จะเห็นได้ว่าด้านหน้าของ "วัดมังกรฯ" ก็มีถนนที่เรียกกันว่า "ถนนเจริญกรุง" หรือในอดีตมักเรียกทับศัพท์ว่า "New Road" ซึ่งเป็นถนนที่ตัดขึ้นใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวของเมืองในสมัย "ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5" ในยุคนั้นตลอดสองข้างทาง เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์เพื่อทำการค้าขายในสไตล์ "ชิโนโปรตุกีส" หรือบางทีก็เรียกว่าสไตล์ "โคโลเนียล" ว่ากันว่าในครั้ง "ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5" เสด็จประภาส "ชวา" และ "สิงคโปร์" ได้ทรงเห็นบรรดาตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ในสไตล์"โคโลเนียล" หรือ "ชิโนโปรตุกีส" มีให้เห็นทั่วไปในบรรดา "เมืองขึ้น" อันเป็นอาณานิคมของ "อังกฤษ" และ "ดัตช์" จึงทรงมีพระราชดำริที่จะนำรูปแบบมาเผยแพร่ใน "สยาม" ประเทศเพื่อรองรับความเจริญในรูปแบบใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและมิให้ต่างชาติดูแคลนว่าชนชาว "สยาม" ว่าเป็นคนที่ไร้ศิลปวัฒนธรรม ในการใช้ชีวิตและเป็นประเทศที่ขาดความศิวิไลซ์

  จาก "เหตุ" และ "ผล" ดังกล่าวผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงหน้าตาอาคารเก่า ที่เปรียบเสมือนสาวใหญ่ที่มีอายุกว่า 80 ปี มีความสูงขนาด 7 ชั้น บนพื้นที่ 163 ตารางวาที่มีรูปลักษณ์ที่ตกยุค ให้มีรูปร่างหน้าตาย้อนวัยเป็นสาวน้อยร้อยชั่งอายุ 18 ปี ออกมาในสไตล์ "ชิโนโปรตุกีส" ซึ่งในความเห็นส่วนตัวของผม การที่เราจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืนได้ ไม่ว่าจะไปสู่ความ "ทันสมัย" สักเพียงใด จะต้องไม่ลืมที่จะหอบหิ้วเอาศิลปวัฒนธรรมในการกิน อยู่ ที่ผมมักเรียกว่า "ของดี มีอยู่" ตามไปด้วย ฉะนั้นก็จะกลายเป็นการพัฒนาที่ก้าวไปสู่ความ "ทันสมัย" แบบ "ไร้ราก" เป็นประเภท "ไม้ล้มลุก" ที่ขาดความยั่งยืน ซึ่งในความคิดส่วนตัวของผมแล้วอันตรายมากครับ เพราะในอดีตที่ผ่านมาทุกครั้งที่บ้านเรามีการพัฒนาอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาก็ตาม จะต้องทุบทิ้งทำลายของเก่าไม่ให้เหลือซากของอดีตที่น่าภาคภูมิใจ สำหรับโครงการนี้ผมพยายามที่จะรื้อฟื้นความเป็น ย่าน "เยาวราช" ที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูในอดีตให้กลับฟื้นคืนมามีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งครับ

            จากการที่ผมได้ศึกษาจาก "พิมพ์เขียว" ที่ได้รับจาก "สำนักงานพระคลังข้างที่" การก่อสร้างสำหรับอาคารที่มีอายุอานามกว่า 80 ปีในยุคนั้น ก็ยังคงนิยมใช้เข็มไม้ในการรับน้ำหนักฐานราก เมื่อจะให้ชีวิตใหม่แก่อาคารเก่าจึงจำเป็นต้องมีการเสริมความแข็งแรงทั้งระบบเข็ม, ระบบฐานราก, ระบบโครงสร้าง รวมไปถึงระบบเสา, คาน, ผนัง, พื้นฯลฯ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของทั้งระบบ อาทิเช่น การใช้เสาเข็ม "ไมโคร ไพล์" (Micro pile) และการใช้ "G.R.C" สำหรับการประดับตกแต่งบัวและลวดลายต่าง ๆ ซึ่งเทคนิคต่าง ๆ เหล่านี้ถูกนำมาใช้ เรียกว่า ใช้ทุกศาสตร์ทุกศิลป์ที่มีในการแก้ไขปัญหาพลิกตำราทุกเล่มแหละครับ แต่พออาคารแล้วเสร็จเห็นแล้วก็น่าชื่นใจและหายเหนื่อยครับ เพราะผมได้ให้ชีวิตใหม่กับอาคารที่ถูกทิ้งร้าง เหมือนกับสาวใหญ่ที่อายุอานาม 80 ปี กลับมาพลิกฟื้นกลับเป็นสาวน้อยอายุ 18 ปี อีกครั้งหนึ่ง และที่สำคัญคือการเป็นต้นแบบให้กับอาคารเก่าอีกนับพันนับหมื่นหลังที่กำลังตกอยู่ในสภาพทรุดโทรม ถูกทิ้งร้าง เพราะไม่สามารถตอบสนองกับสภาพเศรษฐกิจ สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้

  "สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" ในสัปดาห์นี้ก็มาชื่นชมความงามของอาคารโครงการ "Station One" ที่ในอดีตเป็นเหมือนสาวใหญ่อายุ 80 ปี แต่ทำไปทำมากลายสภาพเป็นสาวน้อยร้อยล้านอายุ 18 ปี ครับ ท่านใดที่มีโอกาสผ่านไปย่าน "เยาวราช" ติดกับ "วัดเล่งเน่ยยี่" ก็ลองแวะเข้าไปเยี่ยมชม ที่บริเวณชั้นล่างก็มีร้านกาแฟ "สตาร์บัค" เปิดให้บริการ ทั้งหลายทั้งปวงนี้เป็นกระบวนการทางความคิดเชิงอนุรักษ์ สืบสานและพัฒนา สำหรับผมแล้วเป็นการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไปสู่ "บริบท" ใหม่ ๆ ของสภาพสังคมและเศรษฐกิจ "ยุคใหม่" ที่ "ทันสมัย" โดยไม่ลืมหอบหิ้วเอา "ของดี มีอยู่" ในอดีตให้ติดตามไปด้วย สำหรับสาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ก็คงมีเพียงแค่นี้ครับ พบกันได้ใหม่ในอีกสองสัปดาห์หน้าครับ สำหรับท่านผู้อ่านท่านใดที่สนใจใฝ่รู้ก็สามารถติดตามบทความย้อนหลัง หรือ สามารถ "ดาวน์โหลด" แบบได้ที่ "เว็ปไซต์" ยอดฮิตของชาว "คนรักบ้าน" http://www.chivagroup.com ครับ


บทความแนะนำ

“โฮสเทลไม่บาน” ที่ “ช้างคลาน”

ทำเลที่ดีเยี่ยมย่าน “ช้างคลาน” ใจกลางเมือง “เชียงใหม่”

โรงเรียนอนุบาลที่เบิกบาน ที่ “ฝาง”

โรงเรียนอนุบาลเล็ก ๆ ที่อยู่ไกลถึงอำเภอ “ฝาง”

การบรรยาย 9 ประเภทของ “อสังหาฯ พารวย”

“อสังหาฯ” ได้หลากหลายถึง 36 ประเภท !!!

“ชีวาโคซี่” (Chiva Cozy) ที่ลงตัว แบบ “5 in 1”

“อาคารพาณิชย์” + “โฮมส์ออฟฟิศไม่บานสายพันธุ์ใหม่” แบบ “5 in 1”